ตอนแรกไม่ค่อยเข้าใจหรอกอ่ะว่า Tag มันคืออะไร
แต่วันนึงเข้าไปอ่านบล็อกของเจ๊คนนึงเข้า..
.
.
เจ๊ต่ายน่ะ
เจ๊ต่ายเขียนฮาโคตรๆ จริงๆ ชอบอ่านบล็อกเจ๊เค้าล่ะ
กติกา
ให้เขียนเรื่องของตัวเองที่คนอื่นไม่เคยรู้มา 5 ข้อ
แล้วส่งต่อให้คนรู้จักอีก 5 คน
ซึ่งแน่นอน...5 คนนั้นจะต้องมี Exteen
เรื่องที่ 1 ตอนเด็ก
เนื่องจากอัปปะเป็นคนฮ่องกง ส่วนออมม่าเป็นคนไทย ทำให้ซูจองเป็นลูกครึ่งไทย-ฮ่องกงไปโดยปริยาย แต่ทว่า...หน้าเธอไทยมากเลยทำให้คนหลายคนไม่รู้ว่าเธอ...เป็นคน (เอ๊ะ) ตอนย้ายไปเข้าโรงเรียนใหม่ตอนป.3 มีคนในห้องนั้นมาชอบ 5 คน (ทั้งๆ ที่หน้าเราไม่น่ารักอะไรเลย) ตอนป.5 เคยมีคนๆ นึงที่ชอบซูจองมาตั้งแต่ป.3 ส่งจดหมายรักให้ ทำให้เพื่อนอีกคนที่ชอบอยู่ ชื่อเดียว ไม่พอใจและเกิดอาการ "งอน" วันนั้นเลยไม่มาโรงเรียน จะโทรไปก็ไม่มีเบอร์เค้า ก็เลยปล่อยเลยตามเลย พอจะบอกชอบเดียว เค้าก็ดันย้ายโรงเรียนไปซะแระ แต่ตอนนี้เดียวเป็นหมอแล้ว เก่งมากๆ , ถ้าเป็นเพื่อนที่โรงเรียนจะเรียกว่า "เอ" แต่ถ้าเป็นเพื่อนมหาลัยจะเรียก "เอมี่ หรือ มี่" , ตอนอยู่ป.5 ช่วงเลิกเรียนพละ มีกลุ่มนึงกำลังซ้อมเชียร์ลีดเดอร์อยู่ เลยเดินมองเพลินและแล้วก็ไปชนเสา หัวโนเลย เพื่อนหัวเราะกันครืน อายมาก , เคยสอบเข้าโรงเรียนสวนกุหลาบนนท์ แต่สอบไม่ติด , เคยสอบผ่าน AFS แต่ไม่ได้ไปสัมภาษณ์ , น้อยคนนักที่จะรู้ว่าซูจองซิ่วมา จริงๆ แล้วอยู่รุ่นเดียวกับเจ๊ต่ายนี่แหละ แต่เกิดคนละปี , เคยสอบติดที่มหาลัยสงขลาแต่ไม่เคยไปสอบสัมภาษณ์ เอ็นท์ใหม่ , ตอนแรกอยากเรียนเทคนิคการแพทย์ ตอนสอบเอ็นท์เลือกไว้ด้วย อันดับ 1 แน่ะแต่ไม่ติด ดันไปติดบริหาร เกษตรศาสตร์ ซึ่งเลือกไว้อันดับ 3 และคิดว่ายังไงก็คงไม่ได้
เรื่องที่ 2 กว่าจะมาเป็นซูจอง
ชื่อ "ซูจอง" ได้มาเมื่อปี 2546 จากเพื่อนเกาหลี 2 คนที่ชื่อว่า ชเวจองโด กับ คิมมิเย 2 คนนี้เป็นเพื่อนเกาหลีคนแรกที่เจอ ช่วงนั้นเรียนเกาหลีระดับ 1 พอดี เลยได้มีโอกาสสปีกกับเค้าบ้างนิดหน่อยพอถูไถ ตอนนี้จองโดก็ไปทหาร ส่วนพี่มิเยก็ไปเรียนภาษาจีนที่ประเทศจีนเป็นรอบที่ 2 ประทับใจจองโดตอนที่บอกว่า อยากฟังเพลง My Memory ที่ประกอบเรื่อง Winter Sonata เค้าร้องให้ฟังกลางร้านพิซซ่าที่ Future Park ซึ่งเพราะมากกกกกก เพราะว่าจองโดเป็นนักร้องนำในทีม เสียงเลยดี
เรื่องที่ 3 ภาษาเกาหลี
จริงๆ ที่เลือกเรียนภาษาเกาหลีก็เพราะว่า ไม่อยากเรียนภาษาญี่ปุ่น (ซะงั้นอ่ะ) ตอนนั้นที่จะเลือกเรียน แม่บอกว่าให้เรียนภาษาญี่ปุ่น แต่เราอยากเรียนภาษาที่คนไม่ค่อยเรียน เลยเลือกเรียนภาษาเกาหลี ซึ่งต่อต้านแม่มากๆ แม่ไม่ให้ตังค์เรียน เลยหาตังค์มาเรียนเอง ตอนที่เรียนเกาหลีระดับ 1 เรียนไปได้ครึ่งคอร์ส อยากเลิกเพราะว่ามันยาก ต้องมาท่องตัวอักษรทุกวันเพราะจำไม่ค่อยได้ อีกอย่างเราไม่เคยอ่านภาษาเกาหลีมาก่อนเลย (ซึ่งไม่เหมือนกับตอนนี้ คนที่จะไปเรียนส่วนใหญ่จะรู้มาบ้างแล้ว) แต่พอได้มาเจอจองโดกับพี่มิเย เลยฟิตสู้ และก็ได้ภาษาเกาหลีติดตัวมาจนถึงบัดนี้...เคยคุยกับน้องคนนึง เค้าบอกว่า "เจ๊น่ะ ดังนะเนี่ย" ตอนนั้นงงมาก เลยมารู้ว่า อ๋อ ที่แท้ก็กระทู้สอนเกาหลีนี่เอง
เรื่องที่ 4 คนเกาหลี
ชอบภาษาเกาหลีก็จริง แต่ไม่เคยคิดจะมีแฟนเป็นคนเกาหลี เพราะว่าเพื่อนข้างบ้านเค้ามีพ่อเป็นคนเกาหลี แต่ว่าเค้าไม่เคยเห็นหน้าพ่อเลยซักครั้ง ตอนที่แม่เค้าท้องพี่ชายคนโต ตอนนั้นอยู่ที่เกาหลี และก็ยากจนมาก อยากกินแตงโม อยากกินปลาหมึก แต่ไม่มีเงินซื้อเพราะว่ามันแพง แม่เค้าเลยเอาเงินที่เก็บไว้ซื้อตั๋วกลับไทย หลังจากนั้นก็ไม่เคยได้รับการติดต่อจากพ่อเค้าอีกเลย โทรไปก็ไม่รับ เขียนจดหมายไปก็ไม่เคยตอบกลับ จนผ่านไป 10 ปีถึงจะรู้ว่า พ่อเค้าแต่งงานใหม่แล้ว อีกอย่างคือ ญาติฝ่ายพ่อไม่ต้อนรับแม่เลย คือจดหมายที่ส่งไป ถูกทางนั้นทิ้งไปหมด ซึ่งก็พอจะเข้าใจบ้างล่ะว่า ต่างเชื้อชาติกันเข้ากันค่อนข้างลำบาก ยิ่งกับประเทศชาตินิยมแบบนี้แล้วก็ยิ่งพูดยากเข้าไปใหญ่ น้อยคนที่จะเข้ากันได้...ประกอบกันตอนนี้เกลียดตม.เกาหลี เลยยิ่งไม่ชอบเข้าไปใหญ่
เรื่องที่ 5สัพเพเหระ
เป็นคนที่ชอบกินน้ำแข็งเป็นชีวิตจิตใจ ไม่รู้ทำไม ถ้าวันนั้นไม่ได้กินข้าวแต่ได้กินน้ำแข็งก็อยู่ได้ คือขอให้มีน้ำแข็งเป็นส่วนนึงของชีวิต แค่นี้ก็โอเคแระ...หนาวแค่ไหนก็กินได้
.
.
.
5 คนที่ได้รับ Tag จากซูจอง
1. พะยูนสีชมพู
2. บีเวอร์ป๊อกกี้
3. ไอ่บอล
4. น้องกวาง
5. ไอ่พลอย
แล้วจะติดตามนะจ๊ะ
ปล. Tag กลับมาก็ได้นะ แต่ไม่ Tag ต่อนะ (อยากเขียนอีก อิอิ)
เพิ่งอัพ blog ไป ไว้tag คราวหน้าละกันนะ




