ตั้งแต่ที่เริ่มชอบเกาหลีมาประมาณ 2 ปี เกาหลีเป็นอีกประเทศนึงที่อยากไปมากๆ รองจากสิงคโปร์ เพราะที่นั่นมีอะไรหลายๆ อย่างที่ซูจองอยากดู อยากไปเจอเพื่อน อยากไปซื้อของ.....
จนเมื่อวันศุกร์ที่แล้วพี่ชายซื้อตั๋วให้ไปเที่ยวเกาหลีกับป้า 2 คน ตอนนั้นรู้สึกดีใจมากๆ เพราะไม่เคยคิดว่า จะได้ไป แต่อีกใจนึง รู้สึกมันกระทันหันไปหน่อยหรือเปล่านะ แต่อย่างน้อยซูจองก็เคยได้ยินอะไรๆ มาพอสมควรกับตม.เกาหลี แต่ไม่นึกว่าจะได้มาเจอกับตัวเอง
2006.10.03
เลิกงานปุ๊บก็รีบกลับบ้านไปอาบน้ำ และก็ไปสุวรรณภูมิเลย ยังไม่ได้นอนอีกตะหาก เพราะว่าเครื่องออกตอน 9 โมงเช้า นั่งสายการบิน Cathay Pacific ไปซึ่งต้องไปต่อเครื่องที่ฮ่องกงด้วย และก็ไปลงที่สนามบินอินชอน - เกาหลีใต้ ตอนไปถึงที่สุวรรณภูมิ พี่บอกว่า จะมีเพื่อนเค้าไปด้วยอีกคนนึง ชื่อน๋า ซูจองก็แบบ...ไม่เป็นไร ไปด้วยกัน จะได้ไม่เหงา
ไปถึงเกาหลีตอน 6 โมงเย็นพอดี แต่บ้านเราแค่ 4 โมงเย็นเอง พอถึงด่านซูจองก็ไม่ได้กลัวอะไรมากมายหรอก เพราะว่าเคยผ่านด่านที่สิงคโปร์แล้วไม่เห็นจะมีอะไรเลย ตม.เค้านิสัยดีด้วย ซูจองกับป้าต่อแถวตม.ผู้หญิง แต่พี่น๋าไปต่ออีกแถวนึง ซักพักนึงพี่น๋าก็เรียกซูจองกับป้า พอเราเข้าไปในแถวนั้น ซูจองถามพี่น๋าว่า มีอะไรหรอ พี่น๋าบอกว่า ก็ตม.ถามว่ามากันกี่คน เลยบอกว่า มา 3 คน ไอ่เราก็ไม่ได้อะไร ก็ยื่นพาสปอร์ตให้ไป
ตม.คนนั้นก็ไม่ได้ถามอะไรเลย เอาแต่พูดเกาหลีตลอด แต่เค้ายิ้มแย้มดีนะ ซักพัก...เรา 3 คนก็ถูกส่งตัวเข้าห้อง....ตม.
ตอนแรกเข้าไปในห้องกระจกข้างๆ ด่านก่อน ซักพักเค้าพาตัวเราไปออฟฟิศใหญ่เพราะว่าห้องนั้นคนค่อนข้างเยอะ และพาเรา 3 คนเข้าห้องๆ นึงและปิดประตู ซึ่งเราก็ไม่ได้คิดอะไร คุยกันตามปกติ เพราะเดาแล้วว่า ต้องมาเจออะไรแบบนี้ ต่อมา อีตาตม.แว่นคนนึงเรียกป้าญาไปสอบก่อน ซูจองหวั่นๆ อ่ะเพราะป้าเค้าพูดภาษาอังกฤษไม่ได้ แต่โชคดีที่เค้ามีล่าม (แต่ก็ใช่ว่าล่ามจะเข้าใจภาษาไทยแจ่มแจ้งอ่ะนะ)
ซักพักนึงอีตาแว่นนั่นเข้ามาถามว่า ใครพูดภาษาอังกฤษได้บ้าง ซูจองเลยยกมือไป เค้าเลยให้ไปกรอกเอกสาร อย่างเช่น ชื่ออะไร มากี่วัน พักที่ไหน มาทำอะไรที่นี่ จะไปเที่ยวที่ไหนบ้าง เอาเงินมาเท่าไหร่ ฯลฯ เราก็เขียนไปตามความจริงและก็ยื่นเอกสารการทำงานกับบัตรพนักงานให้เค้าดูด้วย เพื่อให้เค้ารู้ว่า เราไม่ได้มาทำงาน แต่เรามาเที่ยว
ล่ามคนนั้นก็ขอค้นกระเป๋า ซูจองก็ให้ค้นเพราะในกระเป๋าเราไม่มีอะไร นอกจากกล้องกับเงินและก็ใบจองโรงแรม ซักพักเค้าก็บอกว่า ของซูจองกับป้าโอเคนะ อืม...ก็โล่งใจไปเปราะนึง และอีตาแว่นก็ไปสอบพี่น๋าต่อ
5 นาทีถัดมา อีตาแว่นเรียกซูจองกับป้าเข้าห้องที่พี่น๋านั่งอยู่ และตะคอกใส่เรา (ขอย้ำว่าตะคอกจริงๆ) บอกว่า เรา 3 คนเข้าประเทศไม่ได้ ซูจองไม่พอใจมากๆ เพราะตอนแรกเค้าบอกว่า เราโอเคแล้ว แต่ทำไมถึงมาเปลี่ยนคำพูดแบบนี้ อีตาแว่นนั่นบอกว่า
"คุณรู้มั๊ยว่าเพื่อนคุณเคยไม่ผ่านมาก่อน!"
.
.
.
อะไรนะ!! ช่วงนั้นซูจองหันไปทางพี่น๋าเลยอ่ะ แล้วก็ถามพี่น๋าว่าจริงหรือเปล่า พี่น๋าบอกว่า จริง อ้าวววววว แล้วทำไมไม่บอกกันก่อน ทำไมถึงทำให้ซูจองกับป้าซวยไปด้วยล่ะ พี่น๋าบอกว่า ตอนแรกอีตาแว่นจะให้แค่เค้ากลับคนเดียว แต่ซูจองกับป้าเข้าได้ แต่ทำไมเค้าถึงกลับคำพูดซะแบบนั้น
ซูจองพยายามให้เค้าอธิบายว่าทำไม อีตาแว่นก็บอกแต่ว่า เพราะเพื่อนคุณไม่ผ่านๆๆๆๆ พูดแต่คำนี้อ่ะ มันฟังดูปัญญาอ่อนไปหน่อยหรือเปล่าวะ คือเพราะแค่คนๆ เดียวไม่ผ่าน คนอื่นก็ต้องไม่ผ่านด้วยหรอไง ซักพักเค้ายกกระเป๋าทั้งหมดเข้ามาและติดป้ายว่า 'Stand By' รู้ทันทีเลยว่า ถูกส่งกลับแน่นอน แต่ซูจองไม่ยอม เพราะเราไม่ได้ทำอะไรผิด ถ้าอยากจะส่งกลับก็ส่งแค่คนผิดกลับสิ ทำไมต้องเหมารวมหมดทุกคนล่ะ และเค้าก็ให้เซ็นใบ Refusal ซึ่งแน่นอนซูจองไม่เซ็น ก็เราไม่ผิดเราจะเซ็นทำไม ไม่ได้โง่นะ meung ให้ ku เซ็นแต่ ku ไม่เซ็นจะทำไมวะ สรุป อีตาแว่นกระชากใบ Refusal (ขอย้ำว่ากระชาก) ออกจากมือและเดินออกไปพร้อมกับคำด่าที่ซูจองดันฟังออก - -
ซูจองขอโทรศัพท์ไปหาเพื่อนเกาหลีคนนึง แต่เค้าปฏิเสธไม่ให้โทร....
4 ชม.กับการสอบสวนและอีก 8 ชม.กับการที่ต้องติดแหง่กอยู่ในที่กักขัง ข้าวก็ไม่ได้กิน น้ำก็ไม่ได้อาบ สภาพในห้องนั้นเหมือน "คุก" เพียงแต่ดีหน่อยที่มีเตียง (แต่เป็นเตียงไม้) และโทรศัพท์ ช่วงที่เห็นโทรศัพท์นั้นอยากโทรกลับไปหาพี่มากๆ เพราะเพื่อนพี่ทำให้เราต้องเป็นแบบนี้ และก็อยากโทรไปหาปอนเพราะสัญญากับปอนไว้แล้วว่า เมื่อถึงแล้วจะออนเอ็ม แต่กลับทำอะไรไม่ได้ซักอย่าง ทำได้แต่โทรไปบอกพี่ ซึ่งแน่นอน...พี่หัวเสียมากๆ
12 ชม. ใน "คุก" มันเป็นอะไรที่สุดเกินบรรยาย เงียบ หนาว และ "พวกมัน" ที่อยู่หน้าเคาน์เตอร์ดูแต่ทีวี ละคร สูบบุหรี่ โดยไม่เห็นใจคนข้างในเลยแม้แต่น้อย วินาทีนั้น...รู้สึกเกลียดเกาหลี
8 โมงเช้า โดนส่งตัวกลับโดยสายการบินเดิม พาสปอร์ตถูกยึด โดนคุมตัวขึ้นเครื่องเหมือนนักโทษ จากเกาหลีไปฮ่องกง ก็โดนคุม โดนตม. ฮ่องกงสอบต่ออีก แต่โชคดีที่ตม. ฮ่องกงมารยาทดีมากกกกกกกกก ขอชม เพราะเค้าไม่ว่าหรือด่าอะไรเลย กลับใจเย็น จนพวกเรารู้สึกดีกับฮ่องกงไปเลย จากฮ่องกงถึงไทยก็โดนคุมตัวไปจนถึงตม.ไทย โดนทำประวัติ ถ่ายรูป และปล่อยตัวไป....
ตอนนี้...รู้สึกไม่ชอบเกาหลีเพราะตม. เกาหลี รู้สึกท้อที่จะเรียนเกาหลีต่อ เห็นโฆษณาท่องเที่ยวเกาหลีแล้วรู้สึกขยะแขยง 2 ปีกว่าที่ทุ่มเทให้มันไม่เหลืออะไรแล้ว...มันจบแล้ว
ประเทศเกาหลีเป็นประเทศที่พัฒนาก็จริง แต่ทำไมนิสัยคน (บางคน) ถึงไม่พัฒนาตามประเทศ ถ้าหากจะให้คนไปเที่ยวเยอะๆ เค้าน่าจะปรับปรุงตม. ของประเทศเค้านะ เพราะเพียงแค่ก้าวเข้าไป เค้าก็ทำให้เราไม่ชอบประเทศเค้าได้ถึงขนาดนี้แล้ว...
ไปเกาหลี...แต่สิ่งที่ได้รับกลับมาคือความเสียใจ ไม่น่าไปเลย.....




