2008/Apr/16

1 เมษายน 2551

แม่โทรมาบอกตอน 3 ทุ่มกว่าๆ ว่า จะพาป๋าไปโรงพยาบาล เพราะหายใจเสียงดังผิดปกติ ตอนนั้นยังอยู่ออฟฟิศอยู่เลยเพราะว่างานเยอะมาก เคลียร์ไม่ทัน เลยบอกแม่ว่า ไปเถอะ เอกลับเองได้ สุดท้ายก็ได้แบงค์มารับและส่งถึงบ้าน ส่วนแม่ก็นอนเฝ้าป๋าอยู่โรงพยาบาล

2 เมษายน 2551

แม่โทรมาบอกว่า ป๋าอาการหนัก ไม่หายใจแล้วช่วงนึง แต่หมอปั๊มหัวใจขึ้นมา ตอนนั้นเลยอยู่ได้เพราะเครื่องช่วยหายใจ แต่ว่าป๋ายังหายใจเองได้ (นิดนึง) แต่ถึงจะฟื้น ยังไงก็เป็นเจ้าชายนิทราตลอดไป เพราะว่าสมองตายแล้ว แม่บอกว่า ให้ลางานมาโรงพยาบาลเร็วๆ ความรู้สึกในตอนนั้นคือ อยากบินไปซะเดี๋ยวนั้น แต่ว่าติดงานหลายอย่างมาก ซึ่งกว่าจะได้ออกจากออฟฟิศก็เกือบเที่ยงแล้ว

ระหว่างทางอธิษฐานตลอด บอกป๋าว่า รอก่อนนะ หนูกำลังรีบไป ไปถึงโรงพยาบาลประมาณเที่ยงกว่าๆ เจอแม่กับพี่สาวอยู่ตรงล๊อบบี้พอดี เลยขึ้นไปด้วยกันที่ห้อง ICU ชั้น 6 พอไปถึงปุ๊บ น้ำตาจะไหล ภาพที่เห็นคือ สายระโยงระยางยัดเข้าปากป๋าเพื่อต่อท่อหายใจ ตอนนั้นแบบ...ป๋ามองไม่เห็นเราแล้ว เพราะว่าสมองตาย เลยเข้าไปจับมือและก็บอกว่า ป๋า เอมาแล้วนะ แต่ยังไงก็คิดว่า ป๋าต้องได้ยิน แต่สื่อสารไม่ได้

13.00น. พยาบาลมาบอกว่า หมดเวลาเยี่ยมแล้ว เลยออกไปหาอะไรกินกับแม่และก็พี่ ตอนประมาณ 13.30 พยาบาลโทรมาบอกว่า ป๋าหัวใจหยุดเต้นอีกแล้ว ตอนนี้กำลังปั๊มหัวใจอยู่ แม่บอกว่า อยากให้ป๋าไปเอง ไม่อยากให้ไปเพราะถอดเครื่องช่วยหายใจ ตอนนั้นเลยรีบบึ่งรถกลับไปโรงพยาบาลอีกครั้ง แต่ก็พบว่า หมอก็ยื้อชีวิตป๋าไว้ไม่ได้ 14.00น. ป๋าหมดลมหายใจอย่างสงบ

จริงๆ แล้วเป็นคนร้องไห้ยาก และก็ไม่ชอบร้องไห้ให้คนเห็น แต่วันนั้นปล่อยออกมาหมดทุกอย่าง เสียใจ มีหลายอย่างที่ยังไม่ได้ทำให้ป๋า แม่เคยบอกว่า อยากทำอะไรให้รีบทำ เดี๋ยวเค้าจากไปแล้วจะมานั่งเสียใจทีหลัง ตอนนั้นคิดว่า ป๋าคงไม่จากไปง่ายๆ หรอก ยังอยู่กับพวกเราอีกนาน แต่ใครจะรู้ว่า เวลาแห่งความสุขมันใกล้หมดลงเต็มที...

3 ทุ่มกว่าๆ แบงค์โทรมาหา ตอนนั้นเก็บอะไรไว้ไม่อยู่แล้ว ร้องไห้ทางโทรศัพท์เลยจนแบงค์ไม่รู้จะปลอบยังไง แต่ก็เข้าใจว่าเป็นห่วงนะ


ถึงป๋าจะจากไปแล้ว แต่ป๋าก็ยังเป็น "พ่อ" ของพวกเรา 3 คนตลอดไป...I love you Dad



เอมี่
16 เมษายน 2551